ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท

ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ขายสินค้าโดยตรงให้กับผู้บริโภค เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกมีความเจริญก้าวหน้าและมีผู้ประกอบกิจการค้าปลีกมากขึ้น ทั้งกิจการขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละกิจการแต่ละธุรกิจก็ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ประเภทนั้น ๆ วันนี้เราจึงรวบรวมประเภทของธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภทมาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ ว่าแต่ธุรกิจค้าปลีกคืออะไร แล้วธุรกิจมีประเภทไหนบ้าง แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ!

ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท

ธุรกิจค้าปลีก

คือธุรกิจที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค หรือบริการให้กับลูกค้าผ่านทางช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อที่จะสร้างกำไร ธุรกิจค้าปลีกมักสร้างกำไรจากการขายสินค้าให้กับลูกค้าในจำนวนเยอะ โดยแลกกับปริมาณการซื้อที่น้อยลงมา ซึ่งตัวอย่างธุรกิจค้าปลีกที่ทุกคนคุ้นเคยก็คือร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ร้านโชว์ห่วย หรือแม้แต่แผงลอยขายสินค้าบนฟุตบาท ส่วนมากแล้วหากรายได้และกำไรส่วนมากของธุรกิจมาจากการขายให้กับลูกค้าในจำนวนมาก ธุรกิจนั้นก็ถือว่าเป็นธุรกิจค้าปลีก

ประเภทของธุรกิจค้าปลีก

ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท
  •  Super center, Hyper Mart, Discount Store

เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มุ่งกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 10,000-15,000 ตารางเมตร สินค้าที่จำหน่ายเป็นกลุ่มสินค้าเกรด ซี และดี เน้นราคาถูก มีระบบศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ผู้ผลิต หรือ Suppliers ที่ประสงค์จะวางสินค้าจำหน่ายในร้านค้าประเภทนี้ ซึ่งจะต้องไปติดต่อที่ศูนย์จัดซื้อและแจกจ่ายที่กรุงเทพมหานคร และต้องผ่านกระบวนการบริหารจัดซื้อพร้อมเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนเงื่อนไขที่ร้านค้าประเภทนี้วางเอาไว้

ลักษณะพิเศษของ Discount Store หรือ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ คือ พื้นที่วางสินค้ากว้างขวาง เรียงสินค้าได้มากรายการ และที่สำคัญมีจุดบริการชำระเงินจุดเดียว (หลายช่อง) สร้างความสะดวกให้กับลูกค้ามาก เพราะสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทั่วร้าน แล้วค่อยชำระเงินทีเดียว มีรถเข็นสินค้าบริการ ร้านค้าประเภทนี้มักตั้งอยู่กลางเมืองหรือชานเมืองมีที่จอดรถบริการ ปัจจุบันจะมีโรงภาพยนต์อยู่ในห้างด้วย เช่น บิ๊กซี โลตัส คาร์ฟูร์

ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท
  • Department Store

Department Store หรือห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกประเภทนี้จะขายสินค้าหลากหลาย มักจะตั้งอยู่กลางใจเมือง เน้นสินค้ากลุ่ม เอ และ บี มีทั้งแบรนด์เนมนำเข้าจากต่างประเทศและที่ผลิตในประเทศ สินค้าจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่า Discount Store การตกแต่งร้านเน้นความสวยงามและดึงดูดความสนใจของลูกค้ามีพนักงาน คอยบริการให้คำแนะนำใกล้ชิด เช่น ห้างเซ็นทรัล โรบินสัน เดอะมอลล์ เป็นต้น ซึ่งในอดีตห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ย่านใจกลางชุมชนในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันขยายสาขาไปยังจังหวัดใหญ่ ๆ มากขึ้น เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ นครราชสีมา ขอนแก่น เป็นต้น ห้างสรรพสินค้าจัดได้ว่าผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของยังเป็นของคนไทย

ทำความรู้จักกับธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภท
  • Supermarket

Supermarket เป็นร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้ากลุ่มอาหารและของใช้ประจำวันเป็นหลัก เช่น เนื้อสัตว์ ผักสด ผลไม้สด อาหารสำเร็จรูป ของแห้ง ของใช้ส่วนตัว อย่าง ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ เป็นต้น ร้านค้าปลีกประเภทนี้มีทั้งที่ตั้งอยู่ริมถนนเป็นอิสระ เช่น ฟู้ดแลนด์ และร้านประเภทที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า

เช่น ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต โฮมเฟรชมาร์ท ของเดอะมอลล์ สำหรับ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต เดิมทีเป็นของเซ็นทรัล ต่อมาแยกบริหารอิสระทำให้ปัจจุบันมีทั้งที่ตั้งอิสระและอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดพื้นที่ของร้านค้าปลีกประเภทนี้ประมาณ 2,000-5,000 ตารางเมตร ลูกค้าต้องบริการตนเองไม่มีพนักงานคอยแนะนำ ทำเลที่ตั้งมักยึดแหล่งชุมชนเป็นหลัก

Convenience Store
  • Convenience Store

Convenience Store หรือ ร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านค้าปลีกประเภทบุคคลทั่วไป มีพื้นที่ขนาดเล็ก แค่ 15 ตารางเมตร และใหญ่สุดไม่เกิน 500 ตารางเมตร เน้นการจัดร้านการบริหารจัดการที่ทันสมัย สินค้าที่วางจำหน่ายมักจะเป็นสินค้ากลุ่มอาหารและของใช้จุกจิกประจำวัน มีจำนวนสินค้าน้อยกว่า 5 พันรายการ

ส่วนใหญ่ร้านสะดวกซื้อจะกระจายไปตามชุมชนหรือแหล่งชุมนุมของคนทั่วไป เช่น ป้ายรถเมล์ เน้นการเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ราคาสินค้าค่อนข้างสูง อย่างเช่น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายธุรกิจลงสู่ปั๊มน้ำมันในรูปแบบของ Gas Store เช่น ร้าน จิ๊ฟฟี่ ของปั๊มน้ำมันเจ็ท หรือ ไทเกอร์มาร์ทของเอสโซ่ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนในการประกอบธุรกิจสูง

ทำให้สินค้าในร้านสะดวกซื้อค่อนข้างแพงและจะเน้นไปที่สินค้าประเภทอาหารการกิน เช่น ไส้กรอก ซาลาเปา สเลอปี้ ลูกชิ้นเสียบไม้ ฯลฯ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังทำธุรกิจบริการรับชำระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ ซึ่งสร้างกำไรมหาศาลให้กับธุรกิจนี้

ร้านค้าปลีกในรูปการขายส่ง (Cash and Carry)
  • ร้านค้าปลีกในรูปการขายส่ง (Cash and Carry)

รูปแบบการขายปลีกแบบต้องเป็นสมาชิกในประเทศไทยประเภทนี้มีเพียงแห่งเดียว คือ แม็คโคร ผู้ซื้อจะต้องมีบัตรสมาชิก หรือหากไม่มีก็ทำบัตรสมาชิกชั่วคราวเพื่อเข้าไปซื้อสินค้าได้ วัตถุประสงค์เดิมสมาชิกเป็นร้านค้าปลีกย่อย แต่ต่อมาการแข่งขันมากขึ้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเป็นสมาชิกได้ จึงกลายมาเป็นการค้าปลีกในรูปแบบพิเศษ

เน้นขายสินค้าราคาถูกเป็นล็อตใหญ่ ๆ เช่น ครึ่งโหล ทั้งโหล กระสอบใหญ่ เป็นต้น โดยลูกค้าต้องบริการด้วยตนเอง มีจุดรับชำระเงินจุดเดียวเหมือนกับ Discount Store เน้นราคาถูก พื้นที่ขาย 10,000-15,000 ตารางเมตร สินค้า 60,000-70,000 เอสเคยู (Stock Keeping Unit) เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน

Specialty Store
  • Specialty Store

Specialty Store หมายถึง ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าเฉพาะอย่างหรือสินค้าพิเศษ เน้นขายสินค้าเฉพาะด้านที่มีคุณภาพ ราคาสูง มีพนักงานคอยให้คำแนะนำพื้นที่ขายประมาณ 200-1,000 ตารางเมตร มักตั้งร้านอยู่ในแหล่งชุมชนใหญ่ บางร้านขายสินค้าเฉพาะ Brand ของตนเอง เช่น มาร์กแอนด์สเปนเซอร์ บูท วัตสัน พีเพิลเฮลธ์แคร์ ซุปเปอร์สปอร์ต เป็นต้น ร้านค้าประเภทนี้มีสินค้าประมาณ 1,000-2,000 รายการ ที่ตั้งใจกลางเมืองหรือย่านชุมชนธุรกิจ อาจจะอยู่ในอาคารเดียวกับห้างสรรพสินค้าหรือชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ 2-3 คูหา

 Category Killer
  •  Category Killer

Category Killer คือ ร้านค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าเฉพาะและเป็นสินค้าที่ราคาถูกซึ่งร้านค้าประเภทนี้คล้ายกับ Specialty Store แต่ต่างกันที่ราคา และจะมีสินค้าหลากหลายในประเภทของสินค้าหมวดหมู่เดียวกัน พื้นที่ขายตั้งแต่ 2,000-10,000 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองหรือย่านธุรกิจ อาจจะอยู่ในอาคารเดียวกับห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าหรือชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ 2-3 คูหา มีพนักงานคอยให้บริการ จำนวนสินค้า 1,000-6,000 รายการ เรียกอีกอย่างได้ว่า Low price Specialty Store เช่น แม็คโครออฟฟิศ เพาเวอร์บาย ออฟฟิศดีโป เป็นต้น

และนี่คือประเภทของธุรกิจค้าปลีกทั้ง 7 ประเภท ที่เราพามาแนะนำกันในวันนี้ค่ะ ซึ่งแต่ละประเภทเรียกได้ว่ามีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งตัวสินค้า ราคา ทำเลที่ตั้ง ขนาด และกลุ่มลูกค้า สำหรับใครที่กำลังวางแผนทำธุรกิจค้าปลีก หรือกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกอยู่ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้นนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : ohhoart , thesmailmoon